
วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

smilelandtravel พาไปช้อปจ้า...
เกาหลี ช้อปปิ้ง และกิจกรรมที่ห้ามพลาด ในการ ทัวร์เกาหลี ท่องเที่ยวเกาหลี
ร้านรวงใน เกาหลี และห้างสรรพสินค้าใน เกาหลี มีมากมายและหลากหลาย และให้ความพึงพอใจแก่ทุกคน แม้กระทั่งนักท่องเที่ยว ที่มุ่งมั่นเจาะจงที่จะมาซื้อของจำเพาะบางอย่าง ซึ่งไม่มีขายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นวัตถุโบราณ งานฝีมือหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ กรุงโซล เกาหลี นำเสนอแก่ท่านด้วยโอกาสอันหลากหลายในการจับจ่ายทั้งที่ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลอดภาษี ตลอดจนศูนย์การค้า ย่านการค้าต่างๆ ที่จัดไว้เพื่อการจับจ่ายและตลาดกลางแจ้งต่างๆ แต่แหล่งช็อปปิ้งของ เกาหลี ก็ไม่จำกัดอยู่เฉพาะที่กรุงโซลเท่านั้น เมืองสำคัญต่างๆ ของ เกาหลี ยังมีห้างสรรพสินค้าและตลาดประจำท้องถิ่น และท่านจะได้รับประโยชน์หลายประการในการช็อปปิ้งตามเมืองในภูมิภาคต่างๆ ของ เกาหลี สินค้าประจำท้องถิ่นต่างๆ มีราคาต่ำกว่าราคาปกติและบ่อยครั้งที่จะได้ดูกรรมวิธีการผลิตสินค้าด้วยตาตนเองเลย
ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งใน เกาหลี เปิดตั้งแต่ 10 โมงครึ่งเช้ากระทั่งทุ่มครึ่ง ขณะที่ตามตลาดหรือร้านเล็กๆจะขยายเวลาปิดร้านออกไปอีก 1 ชั่วโมงเป็น 2 ทุ่มครึ่ง บางร้านก็เปิดตั้งแต่เช้ามืดยันช่วงดึกๆ ทุกวัน ราคาตามร้านจะมีป้ายบอกราคา ถ้าไม่มีก็อาจต่อรองราคาได้ นักช็อปที่ไปเที่ยว เกาหลี จะตื่นตาตื่นใจไปกับหลายหลากสินค้าราคาถูก
จะซื้ออะไรดีที่ เกาหลี ? เมื่อไป ทัวร์เกาหลี
เครื่องจักสานที่ทำจากไม้ไผ่ ฝีมือและคุณภาพที่ เกาหลี นี่แข่งขันกับอันไหนที่ว่าดีที่สุดในโลกได้เลย นักเดินทางจะตื่นตากับผลิตภัณฑ์นานาชนิดที่ทำจากไม้ไผ่ เช่น หวี เตียงนอน เก้าอี้ หมอน และ “เมียไม้ไผ่” ที่น่าสนใจคือความหมายพื้นฐานของการอยู่อย่างร่มเย็นภายใต้เปลวแดดแห่งฤดูร้อน ทัมยาง ในชอลลานัมโดเป็นที่ซึ่งขึ้นชื่อมากที่สุดในด้านผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่
เสื้อผ้าต่างๆ นักท่องเที่ยวที่มา เกาหลี สามารถซื้อหาเครื่องแต่งกายคุณภาพสูง ที่เย็บด้วยมือและชุดแต่งกายต่างๆ ที่ทำจากวัสดุนานาชนิดและสีสันต่างๆ รวมทั้งผ้าไหมอันสวยงามในราคาที่ถูกอย่างน่าอัศจรรย์ เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทำใน เกาหลี อยู่ในรายการช็อปปิ้งอันดับต้นๆเสมอ
เครื่องหนัง ผลิตภัณฑ์จากหนังในสีสันและรูปแบบต่างๆมีให้นักท่องเที่ยวได้เลือก เสื้อโค้ตและแจ็กเก็ตซื้อได้ในราคาต่ำเช่นเดียวกับสินค้าเครื่องหนังอื่นๆเช่นเข็มขัด รองเท้า และกระเป๋าสตางค์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหนังปลาไหลเป็นหนึ่งในสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของ เกาหลี
ผลิตภัณฑ์ขนเฟอร์ เป็นที่รู้จักทั่วโลกว่า เกาหลี เป็นแหล่งใหม่ล่าสุดในการเลือกซื้อสินค้าชนิดนี้ ผู้คนมากมายมาที่ เกาหลี เพื่อจะมาซื้อสินค้าเหล่านี้เท่านั้น ราคาของผลิตภัณฑ์ขนเฟอร์ที่ร้านปลอดภาษีถูกเสียจนเหลือเงินไว้เพื่อจ่ายเป็นค่าเดินทางได้ นักช็อปเลือกซื้อขนเฟอร์ในราคาที่ต่อรองกันได้ในตลาดที่ขายของอย่างนี้โดยเฉพาะ หรือที่ร้านต่างๆในช่วงนอกฤดูกาล ประมาณฤดูร้อน
เครื่องไฟฟ้า เครื่องไฟฟ้ากำลังกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักเพื่อการส่งออกของประเทศ เกสหลี และผู้บริโภคจะสามารถเลือกได้ในหลายระดับราคาและคุณภาพ มีจำหน่ายทั่วไปที่ห้างสรรพสินค้า ร้านขายเครื่องไฟฟ้าหรือตลาดเครื่องไฟฟ้า ตามร้านต่างๆราคาตายตัวอย่างไรก็ตามส่วนลด 10-30% อาจจะได้รับโดยการเลือกซื้ออย่างสุขุมในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าบางแห่ง
โสม ตำราทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์หยางของจีนกล่าวไว้ว่า โสมที่มีคุณภาพดีที่สุดอยู่ใน เกาหลี โสมของ เกาหลี ซึ่งมีชื่อระบือไปทั่วโลกในคุณภาพที่สูงเป็นพิเศษ สำหรับบำรุงพลังวังชาดั่งยาทิพย์เพาะปลูกได้ยากมาก ไม่เพียงแต่มันโตช้ามากๆ แต่พื้นที่ที่เคยใช้เพาะปลูกจะต้องถูกทิ้งไว้ถึง 15 ปีหลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์อาหารสมุนไพรต่างๆ เช่นชาโสม ผงโสมยอดนิยมหรือโสมสกัดเข้มข้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการลด น้ำหนักของบรรดานักท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสุขภาพ ยังมีสมุนไพรอีกถึง 3 พันชนิดที่เพาะปลูกบนพื้นที่ในส่วนของภูเขาบริเวณคังวอนโด ชุงชองโด และ ชอลลาโด
วัตถุโบราณที่จำลองขึ้นมาใหม่ สิ่งที่เป็นที่ต้องการกันมากคือพวกหีบไม้ ภาพวาดต่างๆ เครื่องปั้นดินเผาและงานประเภทโลหะในยุคอาณาจักรชิลลาและพวกกระเบื้องในสมัยราชวงศ์โชซอน การดูวิธีผลิตถือว่าน่าสนใจยิ่ง เพราะวิธีการผลิตของเหล่านี้นั้นได้ตกทอดตั้งแต่สมัยโบราณเป็นส่วนใหญ่
กิมจิ กิมจิเป็นหนึ่งในอาหารดั้งเดิมของ เกาหลี ที่เป็นที่รู้จักกันดี มีกิมจิอย่างน้อย 40 อย่างซึ่งเป็นส่วนผสมหมักและคลุกเคล้าของกะหล่ำปลีแดงหรือขาวกับผงพริกป่น ต้นหอม เกลือ และกระเทียม รสชาติอาจจะร้อนแรงสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เกาหลี แต่ กิมจิ ก็ได้รับการกล่าวขานว่า 30% ของยอดจำหน่ายทั้งหมดเป็นการซื้อโดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใน เกาหลี พบได้ทั่วไปตามตลาดหรือห้างสรรพสินค้า ยิ่งกว่านั้นยังมีพิพิธภัณฑ์กิมจิ ซึ่งควรค่าแก่การเยี่ยมชม
เกาหลี ช้อปปิ้ง และกิจกรรมที่ห้ามพลาด ในการ ทัวร์เกาหลี ท่องเที่ยวเกาหลี
ร้านรวงใน เกาหลี และห้างสรรพสินค้าใน เกาหลี มีมากมายและหลากหลาย และให้ความพึงพอใจแก่ทุกคน แม้กระทั่งนักท่องเที่ยว ที่มุ่งมั่นเจาะจงที่จะมาซื้อของจำเพาะบางอย่าง ซึ่งไม่มีขายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นวัตถุโบราณ งานฝีมือหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ กรุงโซล เกาหลี นำเสนอแก่ท่านด้วยโอกาสอันหลากหลายในการจับจ่ายทั้งที่ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลอดภาษี ตลอดจนศูนย์การค้า ย่านการค้าต่างๆ ที่จัดไว้เพื่อการจับจ่ายและตลาดกลางแจ้งต่างๆ แต่แหล่งช็อปปิ้งของ เกาหลี ก็ไม่จำกัดอยู่เฉพาะที่กรุงโซลเท่านั้น เมืองสำคัญต่างๆ ของ เกาหลี ยังมีห้างสรรพสินค้าและตลาดประจำท้องถิ่น และท่านจะได้รับประโยชน์หลายประการในการช็อปปิ้งตามเมืองในภูมิภาคต่างๆ ของ เกาหลี สินค้าประจำท้องถิ่นต่างๆ มีราคาต่ำกว่าราคาปกติและบ่อยครั้งที่จะได้ดูกรรมวิธีการผลิตสินค้าด้วยตาตนเองเลย
ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งใน เกาหลี เปิดตั้งแต่ 10 โมงครึ่งเช้ากระทั่งทุ่มครึ่ง ขณะที่ตามตลาดหรือร้านเล็กๆจะขยายเวลาปิดร้านออกไปอีก 1 ชั่วโมงเป็น 2 ทุ่มครึ่ง บางร้านก็เปิดตั้งแต่เช้ามืดยันช่วงดึกๆ ทุกวัน ราคาตามร้านจะมีป้ายบอกราคา ถ้าไม่มีก็อาจต่อรองราคาได้ นักช็อปที่ไปเที่ยว เกาหลี จะตื่นตาตื่นใจไปกับหลายหลากสินค้าราคาถูก
จะซื้ออะไรดีที่ เกาหลี ? เมื่อไป ทัวร์เกาหลี
เครื่องจักสานที่ทำจากไม้ไผ่ ฝีมือและคุณภาพที่ เกาหลี นี่แข่งขันกับอันไหนที่ว่าดีที่สุดในโลกได้เลย นักเดินทางจะตื่นตากับผลิตภัณฑ์นานาชนิดที่ทำจากไม้ไผ่ เช่น หวี เตียงนอน เก้าอี้ หมอน และ “เมียไม้ไผ่” ที่น่าสนใจคือความหมายพื้นฐานของการอยู่อย่างร่มเย็นภายใต้เปลวแดดแห่งฤดูร้อน ทัมยาง ในชอลลานัมโดเป็นที่ซึ่งขึ้นชื่อมากที่สุดในด้านผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่
เสื้อผ้าต่างๆ นักท่องเที่ยวที่มา เกาหลี สามารถซื้อหาเครื่องแต่งกายคุณภาพสูง ที่เย็บด้วยมือและชุดแต่งกายต่างๆ ที่ทำจากวัสดุนานาชนิดและสีสันต่างๆ รวมทั้งผ้าไหมอันสวยงามในราคาที่ถูกอย่างน่าอัศจรรย์ เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทำใน เกาหลี อยู่ในรายการช็อปปิ้งอันดับต้นๆเสมอ
เครื่องหนัง ผลิตภัณฑ์จากหนังในสีสันและรูปแบบต่างๆมีให้นักท่องเที่ยวได้เลือก เสื้อโค้ตและแจ็กเก็ตซื้อได้ในราคาต่ำเช่นเดียวกับสินค้าเครื่องหนังอื่นๆเช่นเข็มขัด รองเท้า และกระเป๋าสตางค์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหนังปลาไหลเป็นหนึ่งในสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของ เกาหลี
ผลิตภัณฑ์ขนเฟอร์ เป็นที่รู้จักทั่วโลกว่า เกาหลี เป็นแหล่งใหม่ล่าสุดในการเลือกซื้อสินค้าชนิดนี้ ผู้คนมากมายมาที่ เกาหลี เพื่อจะมาซื้อสินค้าเหล่านี้เท่านั้น ราคาของผลิตภัณฑ์ขนเฟอร์ที่ร้านปลอดภาษีถูกเสียจนเหลือเงินไว้เพื่อจ่ายเป็นค่าเดินทางได้ นักช็อปเลือกซื้อขนเฟอร์ในราคาที่ต่อรองกันได้ในตลาดที่ขายของอย่างนี้โดยเฉพาะ หรือที่ร้านต่างๆในช่วงนอกฤดูกาล ประมาณฤดูร้อน
เครื่องไฟฟ้า เครื่องไฟฟ้ากำลังกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักเพื่อการส่งออกของประเทศ เกสหลี และผู้บริโภคจะสามารถเลือกได้ในหลายระดับราคาและคุณภาพ มีจำหน่ายทั่วไปที่ห้างสรรพสินค้า ร้านขายเครื่องไฟฟ้าหรือตลาดเครื่องไฟฟ้า ตามร้านต่างๆราคาตายตัวอย่างไรก็ตามส่วนลด 10-30% อาจจะได้รับโดยการเลือกซื้ออย่างสุขุมในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าบางแห่ง
โสม ตำราทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์หยางของจีนกล่าวไว้ว่า โสมที่มีคุณภาพดีที่สุดอยู่ใน เกาหลี โสมของ เกาหลี ซึ่งมีชื่อระบือไปทั่วโลกในคุณภาพที่สูงเป็นพิเศษ สำหรับบำรุงพลังวังชาดั่งยาทิพย์เพาะปลูกได้ยากมาก ไม่เพียงแต่มันโตช้ามากๆ แต่พื้นที่ที่เคยใช้เพาะปลูกจะต้องถูกทิ้งไว้ถึง 15 ปีหลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์อาหารสมุนไพรต่างๆ เช่นชาโสม ผงโสมยอดนิยมหรือโสมสกัดเข้มข้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการลด น้ำหนักของบรรดานักท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสุขภาพ ยังมีสมุนไพรอีกถึง 3 พันชนิดที่เพาะปลูกบนพื้นที่ในส่วนของภูเขาบริเวณคังวอนโด ชุงชองโด และ ชอลลาโด
วัตถุโบราณที่จำลองขึ้นมาใหม่ สิ่งที่เป็นที่ต้องการกันมากคือพวกหีบไม้ ภาพวาดต่างๆ เครื่องปั้นดินเผาและงานประเภทโลหะในยุคอาณาจักรชิลลาและพวกกระเบื้องในสมัยราชวงศ์โชซอน การดูวิธีผลิตถือว่าน่าสนใจยิ่ง เพราะวิธีการผลิตของเหล่านี้นั้นได้ตกทอดตั้งแต่สมัยโบราณเป็นส่วนใหญ่
กิมจิ กิมจิเป็นหนึ่งในอาหารดั้งเดิมของ เกาหลี ที่เป็นที่รู้จักกันดี มีกิมจิอย่างน้อย 40 อย่างซึ่งเป็นส่วนผสมหมักและคลุกเคล้าของกะหล่ำปลีแดงหรือขาวกับผงพริกป่น ต้นหอม เกลือ และกระเทียม รสชาติอาจจะร้อนแรงสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เกาหลี แต่ กิมจิ ก็ได้รับการกล่าวขานว่า 30% ของยอดจำหน่ายทั้งหมดเป็นการซื้อโดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใน เกาหลี พบได้ทั่วไปตามตลาดหรือห้างสรรพสินค้า ยิ่งกว่านั้นยังมีพิพิธภัณฑ์กิมจิ ซึ่งควรค่าแก่การเยี่ยมชม
smilelandtravel พาไปตามรอยแดจังกึมมมม..ละครซีรี่ส์ เกาหลี ท่องเที่ยว ตามรอยละครเกาหลี ประเทศเกาหลี
หนึ่งในป้อมปราการอันสวยงามที่ ป้อมฮวาซอง เมืองซูวอน ประเทศเกาหลี
ตั้งแต่มีกระแสเกาหลีฟีเว่อร์ เกิดขึ้นในบ้านเราเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ต้องยอมรับเลยว่าชื่อเสียงของ ประเทศเกาหลี(ใต้) ดินแดนกิมจิ หรือดินแดนโสมแห่งนี้ นั้นมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้ใครต่อใครหลายๆ อยากจะเดินทางไปเที่ยวที่เกาหลีกันเสียเหลือเกิน
เมืองซูวอน (Suwon) เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเคียงคิโด ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมรดกโลก เพราะว่าที่เมืองซูวอนแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นและเป็นไฮไลท์ ที่ถ้าใครมาเที่ยวเกาหลีแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะมาเที่ยวชมกัน สถานที่เที่ยวแห่งนี้ก็คือ ป้อมฮวาซอง (Hwaseong Fortress) เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ ที่มีความสง่างามและงดงามเป็นอย่างมาก จนองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1997
เดินตามแนวกำแพงเพื่อขึ้นไปดูป้อมอันสวยงาม ป้อมฮวาซอง เมืองเมืองซูวอน ประเทศเกาหลี
ป้อมฮวาซอง ที่ตั้งตะหง่านอยู่นี้มีอายุกว่า 200 ปีแล้ว ย้อนอดีตกลับไปป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชองโจ กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์โชซอน พระองค์ทรงต้องการสร้างป้อมแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการย้ายหลุมศพของพระบิดา Sado Seja จากภูขาBeabongson มาที่ Hwaseong ในซูวอน และต้องการสร้างเมืองหลวงขึ้นมาใหม่ เพื่อเสริมความยิ่งใหญ่ของความเป็นกษัตริย์
ป้อมฮวาซองนี้เริ่มต้นสร้างในปีค.ศ.1794 และมาเสร็จในปีค.ศ.1796 ซึ่งในการในการสร้างป้อมแห่งนี้ได้ใช้วิทยาการการก่อสร้างระหว่างวิธีของชาวตะวันตก และ วิธีของชาวตะวันออกผสมผสานเข้าด้วยกัน คือมีการใช้ทั้งหิน ปูนและก้อนอิฐ มาสร้างร่วมกันเป็นส่วนประกอบของป้อมและกำแพง และได้มีการใช้ปั้นจั่นเป็นครั้งแรกในการก่อสร้าง ซึ่งถือว่าทันสมัยสุดๆ ในยุคนั้น ทำให้โครงสร้างของป้อมนั้นมีความมั่นคงและแข็งแรงเป็นอย่างมาก
ตัวป้อมฮวาซองนี้ถูกสร้างทอดตัวยาวไปตามแนวไหล่เขาและที่ราบ โอบล้อมเมืองซูวอนไว้เป็นรูปวงไข่ขนาดใหญ่ หรือบ้างก็ว่าดูเหมือนรูปดอกไม้ โดยมีความยาวถึง 5.5 กิโลเมตร ป้อมฮวาซองนี้จะมีป้อมต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ตามแนวกำแพงอยู่กว่า 50 ป้อม แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 48 ป้อม เพราะบางส่วนถูกทำลายไปเมื่อสมัยญี่ปุ่นเข้ามาครอบครอง และสมัยเกิดสงครามเกาหลี
การที่จะเดินเที่ยวป้อมฮวาซองจนทั่วนั้นอาจจะต้องใช้เวลาเดินกินเวลาและแรงกายหลายชั่วโมงอยู่ ฉะนั้นฉันเลยขอแค่เดินชมตามแนวกำแพงขึ้นไปยังป้อมใกล้ๆ หลังจากนั้นก็เลือกที่จะใช้บริการรถไฟหัวมังกรสีแดงๆ ที่มีไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมความงามของป้อมฮวาซองโดยรอบแบบสบายๆ กันดีกว่า รถไฟพาพวกเราวิ่งไปตามทางแนวป้อมปราการต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ เพื่อที่จะได้ชื่นชมกับป้อมปราการแต่ละป้อมที่มีความยิ่งใหญ่ และดูงดงามแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
หน้าป้อมฮวาซองนั้น มีสนามยิงธนูให้นักท่องเที่ยวได้ลองยิงธนูประลองความแม่นยำกันด้วย ซึ่งการยิงธนูนี้ถือว่าเป็นกีฬาโบราณที่ชาวเกาหลีเขาได้ทำการอนุรักษ์ไว้ และเขาก็คงจะอยากให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้สัมผัสกับการยิงธนูที่ว่านี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเท่าที่ฉันได้ลองยิงธนูแบบมือสมัครเล่นต้องบอกเลยว่า การยิงธนูนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะคนยิงต้องมีพลังกำลังที่ดี และมีสมาธิที่ดี ที่จะปล่อยลูกธนูออกไปให้ถูกเป้าหมาย
การแสดงการต่อสู้ของนักรบเกาหลีโบราณ พระราชวังฮวาซอง แฮงกุง ท่องเที่ยวเกาหลี
สถานที่แห่งนั้นก็คือพระราชวัง ฮวาซอง แฮงกุง (Hwaseong Haenggung) ที่กษัตริย์ชองโจทรงสร้างขึ้น
หน้าพระราชวังที่ด้านหน้ามีประตูวังบานใหญ่ดูสะดุดตาให้รู้ว่าที่นี่แหละคือพระราชวัง แต่ว่าก่อนที่พวกเราจะได้เข้าไปเที่ยวชมวังกัน ด้านหน้าตรงประตูวังนั้นได้มีการแสดงของชาวเกาหลีที่มาแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน พวกเราจึงถือโอกาสนี้นั่งพักเหนื่อยและชมการแสดงกันก่อน สำหรับการแสดงที่ได้ชมนั้นเป็นการแสดงโชว์การใช้อาวุธต่างๆ ของคนเกาหลีสมัยโบราณ นักแสดงจะแต่งกายแบบนักรบเกาหลีโบราณ ดูเข้มแข็งเอาการ และก็ออกมาวาดลวดลายการใช้อาวุธในการต่อสู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดาบ ใช้หอก การยิงธนู รวมถึงยังมีการแสดงท่าทางการต่อสู้ของชาวเกาหลี เตะต่อยต่อสู้กันแบบดูแล้วช่างแสดงได้สมจริงสมจัง จนเรียกเสียงปรบมือจากเหล่านักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย
ครั้นเมื่อได้ดูการแสดงจบจน ประตูวังก็พร้อมเปิดให้พวกเราได้เดินเข้าไปชมความยิ่งใหญ่ของพระราชวังกันเสียที พระราชวังแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร และมากมายไปด้วยอาคารต่างๆ ที่ดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมของเกาหลี ภายในพระราชวังมีการจัดแสดงให้เห็นถึงห้องหับต่างๆ ที่อยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็นห้องที่ประทับของกษัตริย์ ซึ่งมีการจำลองงานฉลองวันเกิดพระพันปีให้ได้ดูด้วย นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ก็จะมีอาคารที่จัดแสดงให้เห็นถึงห้องพักต่างๆ ที่มีอยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็นห้องพักของขันที ห้องพักของพวกนางข้าหลวง และห้องหับต่างๆ อีกมายหลายห้อง
และที่พระราชวังแห่งนี้ยังมีอาคารอีกส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเด่นซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นั่นคือส่วนของอาคารที่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องแดจังกึม ซึ่งในอาคารส่วนนี้จะเห็นว่ามีการจัดแสดงชุดเครื่องแต่งกายต่างๆ ของแดจังกึมที่ใช้ในละคร มาตั้งให้ได้ชมกันแบบของจริงๆ ไม่เท่านั้นยังมีภาพของแดจังกึม และมินจุงโฮ ขนาดเท่าตัวจริงให้นักท่องเที่ยวได้ยืนอิงแอบถ่ายรูปกันแบบใกล้ชิดอีกด้วย
กษัตริย์ Jeongjo ได้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นที่ซูวอน เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนเมื่อเวลาเสด็จมาทำพิธี ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ได้ใช้เป็นฉากในการถ่ายทำละครสุดฮิต “แดจังกึม” และ The King and The Clown ด้วย
ป้อมฮัวซอง (Hwaseong) เมืองซูวอน มรดกโลกที่อยู่ท่ามกลางความเจริญของเมือง แต่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ไม่มีปัญหากับความเจริญของเมืองที่อยู่ล้อมรอบ
ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้นโดยเฉพาะชาวรัสเซีย ญี่ปุ่น และในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ กำลังจะมีเทศกาลใหญ่ พร้อมด้วยขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่มาก จำลองภาพการเสด็จประพาสของกษัตริย์ยุคโบราณ ด้วยนักแสดงถึง 2,000 คน และประชาชนชาวเมืองซูวอนประมาณ 5,000 คน
ติดกับป้อมฮัวซอง คือ พระราชวัง “แดจังกึม” เคยอยู่ที่นี่ ด้วยฉากของภาพยนตร์อันโด่งดัง ทำให้พระราชวังแห่งนี้ได้เป็น
ที่รู้จักมากขึ้นทั่วเอเชีย แฟนๆ ซีรีส์เกาหลีสามารถมาชมสถานที่จริงได้ และยังมีโอกาสได้พบกับดารานักแสดงที่ชื่นชอบและได้เห็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ วัฒนธรรมความเป็นอยู่
การท่องเที่ยวเมืองซูวอน กล่าวว่า ที่นี่ไม่ไกลจากกรุงโซล เดินทางเพียงแค่ชั่วโมงเดียว มีรถไฟใต้ดิน มีโรงแรมใหม่ๆ เพื่อได้มาเยือนมรดกโลก ในช่วงที่คึกคักและมีชีวิตชีวาที่สุด ด้วยการเดินทางเลียบพรมแดนทะเลเหลืองที่กั้นคาบสมุทรเกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ ข้ามสะพานยองจองโด ที่ยาวที่สุดของประเทศ ก่อนถึงเมืองซูวอน
ที่โดดเด่นของเมืองเห็นจะเป็น ป้อมฮัวซอง และกำแพงเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ป้อมนี้สร้างขึ้นระหว่างเดือนมกราคม ค.ศ. 1794-กันยายน ค.ศ. 1796 โดยกษัตริย์ Jeongjo กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์ โชซอน
เนื่องจากได้มีการย้ายสุสานของพระบิดาคือ เจ้าชาย Jangheon จากภูเขาเบบอง ในเมืองยางจูมาไว้ที่ภูเขาฮวา เมืองซูวอน (เมืองฮวาเซิงในปัจจุบัน) และสถาปนาวัดยองจูซาซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงไว้เป็นที่สวดทำพิธีให้แก่วิญญาณของพระบิดาพร้อมกับย้ายที่ทำการของทางการและบ้านเรือนประชาชนมาอยู่บริเวณตอนล่างของเขาพัลดัล หรือเมืองซูวอนในปัจจุบัน
ป้อมฮัวซองและกำแพงเมืองมีความยาวมากกว่า 5 กิโลเมตร ประกอบด้วยเชิงเทินถึง 48 เชิงเทิน มีการบูรณะ 41 เชิงเทิน อีก 7 เชิงเทินยังไม่ได้บูรณะ ป้อมแห่งนี้มีการออกแบบก่อสร้างอย่างทันสมัยแม้จะสร้างมาเป็นเวลากว่า 200 ปีแล้วก็ตาม ความสวยงามและยิ่งใหญ่ของป้อมได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีในฐานะที่เป็นมรดกโลก
หนึ่งในป้อมปราการอันสวยงามที่ ป้อมฮวาซอง เมืองซูวอน ประเทศเกาหลี
ตั้งแต่มีกระแสเกาหลีฟีเว่อร์ เกิดขึ้นในบ้านเราเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ต้องยอมรับเลยว่าชื่อเสียงของ ประเทศเกาหลี(ใต้) ดินแดนกิมจิ หรือดินแดนโสมแห่งนี้ นั้นมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้ใครต่อใครหลายๆ อยากจะเดินทางไปเที่ยวที่เกาหลีกันเสียเหลือเกิน
เมืองซูวอน (Suwon) เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเคียงคิโด ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมรดกโลก เพราะว่าที่เมืองซูวอนแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นและเป็นไฮไลท์ ที่ถ้าใครมาเที่ยวเกาหลีแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะมาเที่ยวชมกัน สถานที่เที่ยวแห่งนี้ก็คือ ป้อมฮวาซอง (Hwaseong Fortress) เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ ที่มีความสง่างามและงดงามเป็นอย่างมาก จนองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1997
เดินตามแนวกำแพงเพื่อขึ้นไปดูป้อมอันสวยงาม ป้อมฮวาซอง เมืองเมืองซูวอน ประเทศเกาหลี
ป้อมฮวาซอง ที่ตั้งตะหง่านอยู่นี้มีอายุกว่า 200 ปีแล้ว ย้อนอดีตกลับไปป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชองโจ กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์โชซอน พระองค์ทรงต้องการสร้างป้อมแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการย้ายหลุมศพของพระบิดา Sado Seja จากภูขาBeabongson มาที่ Hwaseong ในซูวอน และต้องการสร้างเมืองหลวงขึ้นมาใหม่ เพื่อเสริมความยิ่งใหญ่ของความเป็นกษัตริย์
ป้อมฮวาซองนี้เริ่มต้นสร้างในปีค.ศ.1794 และมาเสร็จในปีค.ศ.1796 ซึ่งในการในการสร้างป้อมแห่งนี้ได้ใช้วิทยาการการก่อสร้างระหว่างวิธีของชาวตะวันตก และ วิธีของชาวตะวันออกผสมผสานเข้าด้วยกัน คือมีการใช้ทั้งหิน ปูนและก้อนอิฐ มาสร้างร่วมกันเป็นส่วนประกอบของป้อมและกำแพง และได้มีการใช้ปั้นจั่นเป็นครั้งแรกในการก่อสร้าง ซึ่งถือว่าทันสมัยสุดๆ ในยุคนั้น ทำให้โครงสร้างของป้อมนั้นมีความมั่นคงและแข็งแรงเป็นอย่างมาก
ตัวป้อมฮวาซองนี้ถูกสร้างทอดตัวยาวไปตามแนวไหล่เขาและที่ราบ โอบล้อมเมืองซูวอนไว้เป็นรูปวงไข่ขนาดใหญ่ หรือบ้างก็ว่าดูเหมือนรูปดอกไม้ โดยมีความยาวถึง 5.5 กิโลเมตร ป้อมฮวาซองนี้จะมีป้อมต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ตามแนวกำแพงอยู่กว่า 50 ป้อม แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 48 ป้อม เพราะบางส่วนถูกทำลายไปเมื่อสมัยญี่ปุ่นเข้ามาครอบครอง และสมัยเกิดสงครามเกาหลี
การที่จะเดินเที่ยวป้อมฮวาซองจนทั่วนั้นอาจจะต้องใช้เวลาเดินกินเวลาและแรงกายหลายชั่วโมงอยู่ ฉะนั้นฉันเลยขอแค่เดินชมตามแนวกำแพงขึ้นไปยังป้อมใกล้ๆ หลังจากนั้นก็เลือกที่จะใช้บริการรถไฟหัวมังกรสีแดงๆ ที่มีไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมความงามของป้อมฮวาซองโดยรอบแบบสบายๆ กันดีกว่า รถไฟพาพวกเราวิ่งไปตามทางแนวป้อมปราการต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ เพื่อที่จะได้ชื่นชมกับป้อมปราการแต่ละป้อมที่มีความยิ่งใหญ่ และดูงดงามแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
หน้าป้อมฮวาซองนั้น มีสนามยิงธนูให้นักท่องเที่ยวได้ลองยิงธนูประลองความแม่นยำกันด้วย ซึ่งการยิงธนูนี้ถือว่าเป็นกีฬาโบราณที่ชาวเกาหลีเขาได้ทำการอนุรักษ์ไว้ และเขาก็คงจะอยากให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้สัมผัสกับการยิงธนูที่ว่านี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเท่าที่ฉันได้ลองยิงธนูแบบมือสมัครเล่นต้องบอกเลยว่า การยิงธนูนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะคนยิงต้องมีพลังกำลังที่ดี และมีสมาธิที่ดี ที่จะปล่อยลูกธนูออกไปให้ถูกเป้าหมาย
การแสดงการต่อสู้ของนักรบเกาหลีโบราณ พระราชวังฮวาซอง แฮงกุง ท่องเที่ยวเกาหลี
สถานที่แห่งนั้นก็คือพระราชวัง ฮวาซอง แฮงกุง (Hwaseong Haenggung) ที่กษัตริย์ชองโจทรงสร้างขึ้น
หน้าพระราชวังที่ด้านหน้ามีประตูวังบานใหญ่ดูสะดุดตาให้รู้ว่าที่นี่แหละคือพระราชวัง แต่ว่าก่อนที่พวกเราจะได้เข้าไปเที่ยวชมวังกัน ด้านหน้าตรงประตูวังนั้นได้มีการแสดงของชาวเกาหลีที่มาแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน พวกเราจึงถือโอกาสนี้นั่งพักเหนื่อยและชมการแสดงกันก่อน สำหรับการแสดงที่ได้ชมนั้นเป็นการแสดงโชว์การใช้อาวุธต่างๆ ของคนเกาหลีสมัยโบราณ นักแสดงจะแต่งกายแบบนักรบเกาหลีโบราณ ดูเข้มแข็งเอาการ และก็ออกมาวาดลวดลายการใช้อาวุธในการต่อสู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดาบ ใช้หอก การยิงธนู รวมถึงยังมีการแสดงท่าทางการต่อสู้ของชาวเกาหลี เตะต่อยต่อสู้กันแบบดูแล้วช่างแสดงได้สมจริงสมจัง จนเรียกเสียงปรบมือจากเหล่านักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย
ครั้นเมื่อได้ดูการแสดงจบจน ประตูวังก็พร้อมเปิดให้พวกเราได้เดินเข้าไปชมความยิ่งใหญ่ของพระราชวังกันเสียที พระราชวังแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร และมากมายไปด้วยอาคารต่างๆ ที่ดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมของเกาหลี ภายในพระราชวังมีการจัดแสดงให้เห็นถึงห้องหับต่างๆ ที่อยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็นห้องที่ประทับของกษัตริย์ ซึ่งมีการจำลองงานฉลองวันเกิดพระพันปีให้ได้ดูด้วย นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ก็จะมีอาคารที่จัดแสดงให้เห็นถึงห้องพักต่างๆ ที่มีอยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็นห้องพักของขันที ห้องพักของพวกนางข้าหลวง และห้องหับต่างๆ อีกมายหลายห้อง
และที่พระราชวังแห่งนี้ยังมีอาคารอีกส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเด่นซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นั่นคือส่วนของอาคารที่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องแดจังกึม ซึ่งในอาคารส่วนนี้จะเห็นว่ามีการจัดแสดงชุดเครื่องแต่งกายต่างๆ ของแดจังกึมที่ใช้ในละคร มาตั้งให้ได้ชมกันแบบของจริงๆ ไม่เท่านั้นยังมีภาพของแดจังกึม และมินจุงโฮ ขนาดเท่าตัวจริงให้นักท่องเที่ยวได้ยืนอิงแอบถ่ายรูปกันแบบใกล้ชิดอีกด้วย
กษัตริย์ Jeongjo ได้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นที่ซูวอน เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนเมื่อเวลาเสด็จมาทำพิธี ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ได้ใช้เป็นฉากในการถ่ายทำละครสุดฮิต “แดจังกึม” และ The King and The Clown ด้วย
ป้อมฮัวซอง (Hwaseong) เมืองซูวอน มรดกโลกที่อยู่ท่ามกลางความเจริญของเมือง แต่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ไม่มีปัญหากับความเจริญของเมืองที่อยู่ล้อมรอบ
ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้นโดยเฉพาะชาวรัสเซีย ญี่ปุ่น และในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ กำลังจะมีเทศกาลใหญ่ พร้อมด้วยขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่มาก จำลองภาพการเสด็จประพาสของกษัตริย์ยุคโบราณ ด้วยนักแสดงถึง 2,000 คน และประชาชนชาวเมืองซูวอนประมาณ 5,000 คน
ติดกับป้อมฮัวซอง คือ พระราชวัง “แดจังกึม” เคยอยู่ที่นี่ ด้วยฉากของภาพยนตร์อันโด่งดัง ทำให้พระราชวังแห่งนี้ได้เป็น
ที่รู้จักมากขึ้นทั่วเอเชีย แฟนๆ ซีรีส์เกาหลีสามารถมาชมสถานที่จริงได้ และยังมีโอกาสได้พบกับดารานักแสดงที่ชื่นชอบและได้เห็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ วัฒนธรรมความเป็นอยู่
การท่องเที่ยวเมืองซูวอน กล่าวว่า ที่นี่ไม่ไกลจากกรุงโซล เดินทางเพียงแค่ชั่วโมงเดียว มีรถไฟใต้ดิน มีโรงแรมใหม่ๆ เพื่อได้มาเยือนมรดกโลก ในช่วงที่คึกคักและมีชีวิตชีวาที่สุด ด้วยการเดินทางเลียบพรมแดนทะเลเหลืองที่กั้นคาบสมุทรเกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ ข้ามสะพานยองจองโด ที่ยาวที่สุดของประเทศ ก่อนถึงเมืองซูวอน
ที่โดดเด่นของเมืองเห็นจะเป็น ป้อมฮัวซอง และกำแพงเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ป้อมนี้สร้างขึ้นระหว่างเดือนมกราคม ค.ศ. 1794-กันยายน ค.ศ. 1796 โดยกษัตริย์ Jeongjo กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์ โชซอน
เนื่องจากได้มีการย้ายสุสานของพระบิดาคือ เจ้าชาย Jangheon จากภูเขาเบบอง ในเมืองยางจูมาไว้ที่ภูเขาฮวา เมืองซูวอน (เมืองฮวาเซิงในปัจจุบัน) และสถาปนาวัดยองจูซาซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงไว้เป็นที่สวดทำพิธีให้แก่วิญญาณของพระบิดาพร้อมกับย้ายที่ทำการของทางการและบ้านเรือนประชาชนมาอยู่บริเวณตอนล่างของเขาพัลดัล หรือเมืองซูวอนในปัจจุบัน
ป้อมฮัวซองและกำแพงเมืองมีความยาวมากกว่า 5 กิโลเมตร ประกอบด้วยเชิงเทินถึง 48 เชิงเทิน มีการบูรณะ 41 เชิงเทิน อีก 7 เชิงเทินยังไม่ได้บูรณะ ป้อมแห่งนี้มีการออกแบบก่อสร้างอย่างทันสมัยแม้จะสร้างมาเป็นเวลากว่า 200 ปีแล้วก็ตาม ความสวยงามและยิ่งใหญ่ของป้อมได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีในฐานะที่เป็นมรดกโลก
smilelandtravel จัดให้พาไปหนาวกันที่...Winter Love Song เพลงรักในสายลมหนาว
- เกาะนามิ สถานที่การถ่ายทำละครซีรี่ส์ เกาหลี ท่องเที่ยว ตามรอยละครเกาหลี ประเทศเกาหลี
เกาะโรแมนติดที่ดังมาจากหนังเกาหลีอย่าง Winter Sonata หรือ Winter Love Song
การเดินทาง ออกจากโรงแรมนั่ง Subway ไปยังสถานี Cheongnyangni (Subway Line no.1 exit 4) ประมาณ 30 นาทีก็ถึง จากสถานีนี้เราก็ไปต่อรถไฟออกนอกเมือง โดยไปขึ้นที่ Seoul Cheongnyangni Train Station เพื่อไปลงที่ Gapyeong Intercity Bus Terminal ค่ะ ราคาตอนนั้นประมาณ 3,000 won ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงโดยประมาณ พอลงที่สถานี Gapyeong เราก็จับ Taxi ไปที่โป๊ะเรือทันทีค่ะ ค่า Taxi ประมาณ 4,000 won (ตามมิเตอร์นะค่ะ) ขับไปแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น
เกาะนามิ ตั้งอยู่ใน เมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน เป็นเกาะกลางแม่น้ำ มีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ เป็นเกาะสำหรับคู่รัก ที่มีไฮไลต์อยู่ที่ถนนสองฟากเป็นต้นสนสูงทอดแนวยาว ให้ความรู้สึกสุดโรแมนติก อีกทั้งยังมีศูนย์นิทรรศการจัดแสดงรายละเอียดสถานที่ถ่ายทำละคร นอกจากนี้ยังศูนย์นิทรรศการจัดแสดงรายละเอียดสถานที่ถ่ายทำละคร และบนเกาะนี้ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ เช่น ขี่จักรยาน สกีน้ำ พายเรือ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ เล่นเลื่อนหิมะ และชม ฟาร์มนกกระจอกเทศ ห่างจากก รุงโซล เพียง 63 กิโลเมตร ณ ที่แห่งนี้ท่านสามารถคารวะ สุสานนายพลนามิ ซึ่งเป็นเจ้าของเกาะ เช่าจักรยานเที่ยวรอบเกาะ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ แมกไม้ ทิวสน ต้นเกาลัด และถ่ายรูปคู่กับรูปปั้น พระเอกนางเองเรื่อง Winter Love Song เพลงรักในสายลมหนาว
ด้านในของเกาะยังคงสภาพให้นักท่องเที่ยวชมกับธรรมชาติของเกาะ จัดเป็นที่ท่องเที่ยวตามรอยซี่รี่ย์เกาหลีชื่อดัง มีร่องรอยของหิมะปกคลุมไปทั่ว ได้บรรยากาศดีแท้เลย เราต้องจ่ายเงินค่าเข้ามา 5,000 won รวมค่าเรือไป-กลับเกาะด้วย
- เกาะนามิ สถานที่การถ่ายทำละครซีรี่ส์ เกาหลี ท่องเที่ยว ตามรอยละครเกาหลี ประเทศเกาหลี
เกาะโรแมนติดที่ดังมาจากหนังเกาหลีอย่าง Winter Sonata หรือ Winter Love Song
การเดินทาง ออกจากโรงแรมนั่ง Subway ไปยังสถานี Cheongnyangni (Subway Line no.1 exit 4) ประมาณ 30 นาทีก็ถึง จากสถานีนี้เราก็ไปต่อรถไฟออกนอกเมือง โดยไปขึ้นที่ Seoul Cheongnyangni Train Station เพื่อไปลงที่ Gapyeong Intercity Bus Terminal ค่ะ ราคาตอนนั้นประมาณ 3,000 won ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงโดยประมาณ พอลงที่สถานี Gapyeong เราก็จับ Taxi ไปที่โป๊ะเรือทันทีค่ะ ค่า Taxi ประมาณ 4,000 won (ตามมิเตอร์นะค่ะ) ขับไปแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น
เกาะนามิ ตั้งอยู่ใน เมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน เป็นเกาะกลางแม่น้ำ มีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ เป็นเกาะสำหรับคู่รัก ที่มีไฮไลต์อยู่ที่ถนนสองฟากเป็นต้นสนสูงทอดแนวยาว ให้ความรู้สึกสุดโรแมนติก อีกทั้งยังมีศูนย์นิทรรศการจัดแสดงรายละเอียดสถานที่ถ่ายทำละคร นอกจากนี้ยังศูนย์นิทรรศการจัดแสดงรายละเอียดสถานที่ถ่ายทำละคร และบนเกาะนี้ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ เช่น ขี่จักรยาน สกีน้ำ พายเรือ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ เล่นเลื่อนหิมะ และชม ฟาร์มนกกระจอกเทศ ห่างจากก รุงโซล เพียง 63 กิโลเมตร ณ ที่แห่งนี้ท่านสามารถคารวะ สุสานนายพลนามิ ซึ่งเป็นเจ้าของเกาะ เช่าจักรยานเที่ยวรอบเกาะ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ แมกไม้ ทิวสน ต้นเกาลัด และถ่ายรูปคู่กับรูปปั้น พระเอกนางเองเรื่อง Winter Love Song เพลงรักในสายลมหนาว
ด้านในของเกาะยังคงสภาพให้นักท่องเที่ยวชมกับธรรมชาติของเกาะ จัดเป็นที่ท่องเที่ยวตามรอยซี่รี่ย์เกาหลีชื่อดัง มีร่องรอยของหิมะปกคลุมไปทั่ว ได้บรรยากาศดีแท้เลย เราต้องจ่ายเงินค่าเข้ามา 5,000 won รวมค่าเรือไป-กลับเกาะด้วย

smilelandtravel จัดให้ วันนี้พาไปชม..
สถานที่ถ่ายทำละคร ซีรี่ย์เกาหลี Full House
Sido Full House บ้านแสนสวยที่ได้เนรมิตขึ้นบนเกาะ Sido เมืองอินชอน ปัจจุบันเปิดให้แฟนละครเข้าชมบ้าน เพื่อระลึกถึงเรื่องราวความรักที่เติมเต็มขึ้นในบ้านหลังนี้ บ้านตั้งอยู่ริมหาดเกาะ Sido หนึ่งในเกาะที่สวย บรรยากาศดี ของ เมืองอินชอน ตัวบ้านดีไซน์ทันสมัย กรุกระจกใสรอบด้าน ดูโปร่งตา โดยสร้างขึ้นจากไม้ทั้งหลัง ซึ่งบ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อถ่ายทำละครเรื่องนี้โดยเฉพาะ ใช้งบประมาณในการสร้างบ้านสูงถึงหนึ่งล้านเหรียญสหรัฐ ตัวบ้านติดกับบริเวณชายหาดมองเห็นน้ำทะเล ทำให้แฟนละครได้สัมผัสถึงบรรยากาศความรักและความอบอุ่นของพระเอกและนางเอกที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้
สถานที่ถ่ายทำละคร ซีรี่ย์เกาหลี Full House
Sido Full House บ้านแสนสวยที่ได้เนรมิตขึ้นบนเกาะ Sido เมืองอินชอน ปัจจุบันเปิดให้แฟนละครเข้าชมบ้าน เพื่อระลึกถึงเรื่องราวความรักที่เติมเต็มขึ้นในบ้านหลังนี้ บ้านตั้งอยู่ริมหาดเกาะ Sido หนึ่งในเกาะที่สวย บรรยากาศดี ของ เมืองอินชอน ตัวบ้านดีไซน์ทันสมัย กรุกระจกใสรอบด้าน ดูโปร่งตา โดยสร้างขึ้นจากไม้ทั้งหลัง ซึ่งบ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อถ่ายทำละครเรื่องนี้โดยเฉพาะ ใช้งบประมาณในการสร้างบ้านสูงถึงหนึ่งล้านเหรียญสหรัฐ ตัวบ้านติดกับบริเวณชายหาดมองเห็นน้ำทะเล ทำให้แฟนละครได้สัมผัสถึงบรรยากาศความรักและความอบอุ่นของพระเอกและนางเอกที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้
smilelandtravel จัดให้พาไปเที่ยว...พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลี เมืองซูวอน ท่องเที่ยวเกาหลี
Folk Museum พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีที่เมืองซูวอน ท่องเที่ยวเกาหลี
National Folk Museum of Korea พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีที่เมืองซูวอน ท่องเที่ยวเกาหลี ประเทศเกาหลี
ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองในสมัย ราชวงศ์โชซอน การเข้ามาเที่ยวที่หมู่บ้านวัฒนธรรม เกาหลี จึงมอบประสบการณ์พิเศษ คุณจะได้เห็นทั้งบ้านเรือน สถานที่ราชการ ร้านยา โรงเรียน โรงตีเหล็ก หรือแม้แต่จวนของข้าราชการชั้นสูง นอกจากนี้ยังมีตลาดโบราณที่ขายอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลองอย่าง ต๊อก (เค้กข้าว) และจานอร่อย ๆ อื่น ๆ
ด้านหน้าพิพิธภํณฑ์จะมีวัดขนาดใหญ่ ทางเดินสองข้างทางประกอบด้วยไม้แกะสลักเป็นผีสางเทวดาที่คอยเฝ้ารักษา เหมือนผีบ้านผีเรือนที่คอยคุ้มครองเจ้าของบ้าน
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีใต้ หรือ National Folk Museum of Korea เป็นพิพิธภัณธ์ที่แสดงวิถีชีวิตพื้นบ้านดั้งเดิมของชาวเกาหลีใต้ในช่วงราชวงศ์โจวชอน เช่น การแต่งกายของราชวงศ์ต่างๆ การทำนา การทำสวน การทำกิมจิ วัตถุโบราณต่างๆ มากมาย ซึ่งทำให้เราเข้าใจรากเหง้าของชาวเกาหลีมากขึ้น
มาบริเวณแห่งนี้แล้ว ระหว่างทางเดินทางไปพระราชวังเคียงบอก ก็อย่าลืมเลยไปยังอนุเสาวรีย์สันติภาพของชาวเกาหลี ซึ่งสร้างเป็นประติมากรรมนกฟินิกซ์ ซึ่งสร้างอยู่ในวงเวียนอยู่สุดขอบถนน ฉากหลังก็เป็นภูเขาหินแกรนิตตั้งตระหง่านอยู่อย่างน่าเกรงขาม
ส่วนถนนที่เข้าสู่พระราชวังแห่งนี้ เรียกว่า ถนนเซจองโน เป็นถนนที่เขาห้ามถ่ายภาพ โดยเฉพาะจุดที่ผ่านทำเนียบผู้นำเกาหลีใต้ เขาตรวจอย่างเข้มงวด อย่าคิดว่าจะรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ไปได้ เหตุที่เขาต้องระวังมาก เพราะเกรงว่าสายลับเกาหลีเหนือจะแฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยว เข้ามาเพื่อถ่ายภาพนำไปเป็นข้อมูลทางการทหาร
Folk Museum พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีที่เมืองซูวอน ท่องเที่ยวเกาหลี
National Folk Museum of Korea พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีที่เมืองซูวอน ท่องเที่ยวเกาหลี ประเทศเกาหลี
ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองในสมัย ราชวงศ์โชซอน การเข้ามาเที่ยวที่หมู่บ้านวัฒนธรรม เกาหลี จึงมอบประสบการณ์พิเศษ คุณจะได้เห็นทั้งบ้านเรือน สถานที่ราชการ ร้านยา โรงเรียน โรงตีเหล็ก หรือแม้แต่จวนของข้าราชการชั้นสูง นอกจากนี้ยังมีตลาดโบราณที่ขายอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลองอย่าง ต๊อก (เค้กข้าว) และจานอร่อย ๆ อื่น ๆ
ด้านหน้าพิพิธภํณฑ์จะมีวัดขนาดใหญ่ ทางเดินสองข้างทางประกอบด้วยไม้แกะสลักเป็นผีสางเทวดาที่คอยเฝ้ารักษา เหมือนผีบ้านผีเรือนที่คอยคุ้มครองเจ้าของบ้าน
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีใต้ หรือ National Folk Museum of Korea เป็นพิพิธภัณธ์ที่แสดงวิถีชีวิตพื้นบ้านดั้งเดิมของชาวเกาหลีใต้ในช่วงราชวงศ์โจวชอน เช่น การแต่งกายของราชวงศ์ต่างๆ การทำนา การทำสวน การทำกิมจิ วัตถุโบราณต่างๆ มากมาย ซึ่งทำให้เราเข้าใจรากเหง้าของชาวเกาหลีมากขึ้น
มาบริเวณแห่งนี้แล้ว ระหว่างทางเดินทางไปพระราชวังเคียงบอก ก็อย่าลืมเลยไปยังอนุเสาวรีย์สันติภาพของชาวเกาหลี ซึ่งสร้างเป็นประติมากรรมนกฟินิกซ์ ซึ่งสร้างอยู่ในวงเวียนอยู่สุดขอบถนน ฉากหลังก็เป็นภูเขาหินแกรนิตตั้งตระหง่านอยู่อย่างน่าเกรงขาม
ส่วนถนนที่เข้าสู่พระราชวังแห่งนี้ เรียกว่า ถนนเซจองโน เป็นถนนที่เขาห้ามถ่ายภาพ โดยเฉพาะจุดที่ผ่านทำเนียบผู้นำเกาหลีใต้ เขาตรวจอย่างเข้มงวด อย่าคิดว่าจะรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ไปได้ เหตุที่เขาต้องระวังมาก เพราะเกรงว่าสายลับเกาหลีเหนือจะแฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยว เข้ามาเพื่อถ่ายภาพนำไปเป็นข้อมูลทางการทหาร
smilelandtravel จัดให้ตามมาด้วย...ทะเลสาบชงจู (Chung ju LAKE ) - ท่องเที่ยวเกาหลี ประเทศเกาหลี
ทะเลสาปชงจู ตั้งอยู่ในเมืองชงจู พื้นที่เป็นเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 983.73 กม. มีประชากรประมาณ 220,000 คน มีแหล่งท่องเที่ยวและความงามหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่อาบน้ำแร่ วนอุทยานแห่งชาติวอรัค สถานที่ประวัติศาสตร์ สนามกอล์ฟ ตกปลา เป็นต้น สถานที่ล่องเรือมีหลายจุด ทะเลสาปชงจูแห่งนี้ ทางรัฐบาลเกาหลีสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง โดยน้ำในนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แม่น้ำนัมฮัน ปกติจะจุน้ำได้ประมาณ 30,000 ลูกบาศก์เมตร มีความลึกประมาณ 40 - 60 เมตรแล้วแต่ฤดู สังเกตได้จากระดับหิน ส่วนที่ลึกที่สุดประมาณ 130 เมตร น้ำในทะเลสาปจะไหลลงสู่ แม่น้ำฮัน ใน กรุงโซล ซึ่งเทศบาล กรุงโซล จะใช้น้ำส่วนนี้ไปทำน้ำประปาใช้ การล่องเรือชมวิวที่ยาวที่สุดคือเส้นทางทางชงจูสู่ ทันยาง ระยะทางกว่า 52 กม. ท่านจะได้สัมผัสกับความงามที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะแม่น้ำที่ใสสะอาด หินรูปร่างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีที่แล้วตามคำกล่าวของท่าน อีหวั่น และชมสิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่งของ ทันยาง
ทะเลสาบชงจู (Chung ju) เป็นทะเลสาบธรรมชาติ ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลี รองจากทะเลสาบโซยัง มีความยาวประมาณ 78 กิโลเมตร รอบ ๆ ทะเลสาบมีหน้าผาหินรูปร่างต่าง ๆ เป็นความงดงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ไว้เมื่อหลายพันปีที่แล้ว ที่โดดเด่นที่สุดได้แก่หน้าผาไผ่สวรรค์ ที่มีรูปร่างคล้ายกอไผ่มีสีเขียว จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่งของเมืองทันยาง นอกจากนี้ก็มีหน้าผารูปเต่า หินรูปปลาวาฬ หินหน้าคน หินรูปนิ้วโป้ง หรือที่คนเกาหลีเรียกว่า “ตาบอง”
นอกจากนี้ยังมีสุสานของทูยัง เจ้าของตำนานรักต่างชนชั้นกับอีหวั่น กวีและนักปกครองคนสำคัญของเกาหลี ใช้เวลาในการล่องเรือชมความงามในทะเลสาบ
ทะเลสาปชงจู ตั้งอยู่ในเมืองชงจู พื้นที่เป็นเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 983.73 กม. มีประชากรประมาณ 220,000 คน มีแหล่งท่องเที่ยวและความงามหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่อาบน้ำแร่ วนอุทยานแห่งชาติวอรัค สถานที่ประวัติศาสตร์ สนามกอล์ฟ ตกปลา เป็นต้น สถานที่ล่องเรือมีหลายจุด ทะเลสาปชงจูแห่งนี้ ทางรัฐบาลเกาหลีสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง โดยน้ำในนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แม่น้ำนัมฮัน ปกติจะจุน้ำได้ประมาณ 30,000 ลูกบาศก์เมตร มีความลึกประมาณ 40 - 60 เมตรแล้วแต่ฤดู สังเกตได้จากระดับหิน ส่วนที่ลึกที่สุดประมาณ 130 เมตร น้ำในทะเลสาปจะไหลลงสู่ แม่น้ำฮัน ใน กรุงโซล ซึ่งเทศบาล กรุงโซล จะใช้น้ำส่วนนี้ไปทำน้ำประปาใช้ การล่องเรือชมวิวที่ยาวที่สุดคือเส้นทางทางชงจูสู่ ทันยาง ระยะทางกว่า 52 กม. ท่านจะได้สัมผัสกับความงามที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะแม่น้ำที่ใสสะอาด หินรูปร่างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีที่แล้วตามคำกล่าวของท่าน อีหวั่น และชมสิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่งของ ทันยาง
ทะเลสาบชงจู (Chung ju) เป็นทะเลสาบธรรมชาติ ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลี รองจากทะเลสาบโซยัง มีความยาวประมาณ 78 กิโลเมตร รอบ ๆ ทะเลสาบมีหน้าผาหินรูปร่างต่าง ๆ เป็นความงดงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ไว้เมื่อหลายพันปีที่แล้ว ที่โดดเด่นที่สุดได้แก่หน้าผาไผ่สวรรค์ ที่มีรูปร่างคล้ายกอไผ่มีสีเขียว จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่งของเมืองทันยาง นอกจากนี้ก็มีหน้าผารูปเต่า หินรูปปลาวาฬ หินหน้าคน หินรูปนิ้วโป้ง หรือที่คนเกาหลีเรียกว่า “ตาบอง”
นอกจากนี้ยังมีสุสานของทูยัง เจ้าของตำนานรักต่างชนชั้นกับอีหวั่น กวีและนักปกครองคนสำคัญของเกาหลี ใช้เวลาในการล่องเรือชมความงามในทะเลสาบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










