smilelandtravel พาไปตามรอยแดจังกึมมมม..ละครซีรี่ส์ เกาหลี ท่องเที่ยว ตามรอยละครเกาหลี ประเทศเกาหลี
หนึ่งในป้อมปราการอันสวยงามที่ ป้อมฮวาซอง เมืองซูวอน ประเทศเกาหลี
ตั้งแต่มีกระแสเกาหลีฟีเว่อร์ เกิดขึ้นในบ้านเราเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ต้องยอมรับเลยว่าชื่อเสียงของ ประเทศเกาหลี(ใต้) ดินแดนกิมจิ หรือดินแดนโสมแห่งนี้ นั้นมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้ใครต่อใครหลายๆ อยากจะเดินทางไปเที่ยวที่เกาหลีกันเสียเหลือเกิน
เมืองซูวอน (Suwon) เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเคียงคิโด ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมรดกโลก เพราะว่าที่เมืองซูวอนแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นและเป็นไฮไลท์ ที่ถ้าใครมาเที่ยวเกาหลีแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะมาเที่ยวชมกัน สถานที่เที่ยวแห่งนี้ก็คือ ป้อมฮวาซอง (Hwaseong Fortress) เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ ที่มีความสง่างามและงดงามเป็นอย่างมาก จนองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1997
เดินตามแนวกำแพงเพื่อขึ้นไปดูป้อมอันสวยงาม ป้อมฮวาซอง เมืองเมืองซูวอน ประเทศเกาหลี
ป้อมฮวาซอง ที่ตั้งตะหง่านอยู่นี้มีอายุกว่า 200 ปีแล้ว ย้อนอดีตกลับไปป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชองโจ กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์โชซอน พระองค์ทรงต้องการสร้างป้อมแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการย้ายหลุมศพของพระบิดา Sado Seja จากภูขาBeabongson มาที่ Hwaseong ในซูวอน และต้องการสร้างเมืองหลวงขึ้นมาใหม่ เพื่อเสริมความยิ่งใหญ่ของความเป็นกษัตริย์
ป้อมฮวาซองนี้เริ่มต้นสร้างในปีค.ศ.1794 และมาเสร็จในปีค.ศ.1796 ซึ่งในการในการสร้างป้อมแห่งนี้ได้ใช้วิทยาการการก่อสร้างระหว่างวิธีของชาวตะวันตก และ วิธีของชาวตะวันออกผสมผสานเข้าด้วยกัน คือมีการใช้ทั้งหิน ปูนและก้อนอิฐ มาสร้างร่วมกันเป็นส่วนประกอบของป้อมและกำแพง และได้มีการใช้ปั้นจั่นเป็นครั้งแรกในการก่อสร้าง ซึ่งถือว่าทันสมัยสุดๆ ในยุคนั้น ทำให้โครงสร้างของป้อมนั้นมีความมั่นคงและแข็งแรงเป็นอย่างมาก
ตัวป้อมฮวาซองนี้ถูกสร้างทอดตัวยาวไปตามแนวไหล่เขาและที่ราบ โอบล้อมเมืองซูวอนไว้เป็นรูปวงไข่ขนาดใหญ่ หรือบ้างก็ว่าดูเหมือนรูปดอกไม้ โดยมีความยาวถึง 5.5 กิโลเมตร ป้อมฮวาซองนี้จะมีป้อมต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ตามแนวกำแพงอยู่กว่า 50 ป้อม แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 48 ป้อม เพราะบางส่วนถูกทำลายไปเมื่อสมัยญี่ปุ่นเข้ามาครอบครอง และสมัยเกิดสงครามเกาหลี
การที่จะเดินเที่ยวป้อมฮวาซองจนทั่วนั้นอาจจะต้องใช้เวลาเดินกินเวลาและแรงกายหลายชั่วโมงอยู่ ฉะนั้นฉันเลยขอแค่เดินชมตามแนวกำแพงขึ้นไปยังป้อมใกล้ๆ หลังจากนั้นก็เลือกที่จะใช้บริการรถไฟหัวมังกรสีแดงๆ ที่มีไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมความงามของป้อมฮวาซองโดยรอบแบบสบายๆ กันดีกว่า รถไฟพาพวกเราวิ่งไปตามทางแนวป้อมปราการต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ เพื่อที่จะได้ชื่นชมกับป้อมปราการแต่ละป้อมที่มีความยิ่งใหญ่ และดูงดงามแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
หน้าป้อมฮวาซองนั้น มีสนามยิงธนูให้นักท่องเที่ยวได้ลองยิงธนูประลองความแม่นยำกันด้วย ซึ่งการยิงธนูนี้ถือว่าเป็นกีฬาโบราณที่ชาวเกาหลีเขาได้ทำการอนุรักษ์ไว้ และเขาก็คงจะอยากให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้สัมผัสกับการยิงธนูที่ว่านี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเท่าที่ฉันได้ลองยิงธนูแบบมือสมัครเล่นต้องบอกเลยว่า การยิงธนูนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะคนยิงต้องมีพลังกำลังที่ดี และมีสมาธิที่ดี ที่จะปล่อยลูกธนูออกไปให้ถูกเป้าหมาย
การแสดงการต่อสู้ของนักรบเกาหลีโบราณ พระราชวังฮวาซอง แฮงกุง ท่องเที่ยวเกาหลี
สถานที่แห่งนั้นก็คือพระราชวัง ฮวาซอง แฮงกุง (Hwaseong Haenggung) ที่กษัตริย์ชองโจทรงสร้างขึ้น
หน้าพระราชวังที่ด้านหน้ามีประตูวังบานใหญ่ดูสะดุดตาให้รู้ว่าที่นี่แหละคือพระราชวัง แต่ว่าก่อนที่พวกเราจะได้เข้าไปเที่ยวชมวังกัน ด้านหน้าตรงประตูวังนั้นได้มีการแสดงของชาวเกาหลีที่มาแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน พวกเราจึงถือโอกาสนี้นั่งพักเหนื่อยและชมการแสดงกันก่อน สำหรับการแสดงที่ได้ชมนั้นเป็นการแสดงโชว์การใช้อาวุธต่างๆ ของคนเกาหลีสมัยโบราณ นักแสดงจะแต่งกายแบบนักรบเกาหลีโบราณ ดูเข้มแข็งเอาการ และก็ออกมาวาดลวดลายการใช้อาวุธในการต่อสู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดาบ ใช้หอก การยิงธนู รวมถึงยังมีการแสดงท่าทางการต่อสู้ของชาวเกาหลี เตะต่อยต่อสู้กันแบบดูแล้วช่างแสดงได้สมจริงสมจัง จนเรียกเสียงปรบมือจากเหล่านักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย
ครั้นเมื่อได้ดูการแสดงจบจน ประตูวังก็พร้อมเปิดให้พวกเราได้เดินเข้าไปชมความยิ่งใหญ่ของพระราชวังกันเสียที พระราชวังแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร และมากมายไปด้วยอาคารต่างๆ ที่ดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมของเกาหลี ภายในพระราชวังมีการจัดแสดงให้เห็นถึงห้องหับต่างๆ ที่อยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็นห้องที่ประทับของกษัตริย์ ซึ่งมีการจำลองงานฉลองวันเกิดพระพันปีให้ได้ดูด้วย นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ก็จะมีอาคารที่จัดแสดงให้เห็นถึงห้องพักต่างๆ ที่มีอยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็นห้องพักของขันที ห้องพักของพวกนางข้าหลวง และห้องหับต่างๆ อีกมายหลายห้อง
และที่พระราชวังแห่งนี้ยังมีอาคารอีกส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเด่นซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นั่นคือส่วนของอาคารที่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องแดจังกึม ซึ่งในอาคารส่วนนี้จะเห็นว่ามีการจัดแสดงชุดเครื่องแต่งกายต่างๆ ของแดจังกึมที่ใช้ในละคร มาตั้งให้ได้ชมกันแบบของจริงๆ ไม่เท่านั้นยังมีภาพของแดจังกึม และมินจุงโฮ ขนาดเท่าตัวจริงให้นักท่องเที่ยวได้ยืนอิงแอบถ่ายรูปกันแบบใกล้ชิดอีกด้วย
กษัตริย์ Jeongjo ได้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นที่ซูวอน เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนเมื่อเวลาเสด็จมาทำพิธี ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ได้ใช้เป็นฉากในการถ่ายทำละครสุดฮิต “แดจังกึม” และ The King and The Clown ด้วย
ป้อมฮัวซอง (Hwaseong) เมืองซูวอน มรดกโลกที่อยู่ท่ามกลางความเจริญของเมือง แต่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ไม่มีปัญหากับความเจริญของเมืองที่อยู่ล้อมรอบ
ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้นโดยเฉพาะชาวรัสเซีย ญี่ปุ่น และในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ กำลังจะมีเทศกาลใหญ่ พร้อมด้วยขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่มาก จำลองภาพการเสด็จประพาสของกษัตริย์ยุคโบราณ ด้วยนักแสดงถึง 2,000 คน และประชาชนชาวเมืองซูวอนประมาณ 5,000 คน
ติดกับป้อมฮัวซอง คือ พระราชวัง “แดจังกึม” เคยอยู่ที่นี่ ด้วยฉากของภาพยนตร์อันโด่งดัง ทำให้พระราชวังแห่งนี้ได้เป็น
ที่รู้จักมากขึ้นทั่วเอเชีย แฟนๆ ซีรีส์เกาหลีสามารถมาชมสถานที่จริงได้ และยังมีโอกาสได้พบกับดารานักแสดงที่ชื่นชอบและได้เห็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ วัฒนธรรมความเป็นอยู่
การท่องเที่ยวเมืองซูวอน กล่าวว่า ที่นี่ไม่ไกลจากกรุงโซล เดินทางเพียงแค่ชั่วโมงเดียว มีรถไฟใต้ดิน มีโรงแรมใหม่ๆ เพื่อได้มาเยือนมรดกโลก ในช่วงที่คึกคักและมีชีวิตชีวาที่สุด ด้วยการเดินทางเลียบพรมแดนทะเลเหลืองที่กั้นคาบสมุทรเกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ ข้ามสะพานยองจองโด ที่ยาวที่สุดของประเทศ ก่อนถึงเมืองซูวอน
ที่โดดเด่นของเมืองเห็นจะเป็น ป้อมฮัวซอง และกำแพงเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ป้อมนี้สร้างขึ้นระหว่างเดือนมกราคม ค.ศ. 1794-กันยายน ค.ศ. 1796 โดยกษัตริย์ Jeongjo กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์ โชซอน
เนื่องจากได้มีการย้ายสุสานของพระบิดาคือ เจ้าชาย Jangheon จากภูเขาเบบอง ในเมืองยางจูมาไว้ที่ภูเขาฮวา เมืองซูวอน (เมืองฮวาเซิงในปัจจุบัน) และสถาปนาวัดยองจูซาซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงไว้เป็นที่สวดทำพิธีให้แก่วิญญาณของพระบิดาพร้อมกับย้ายที่ทำการของทางการและบ้านเรือนประชาชนมาอยู่บริเวณตอนล่างของเขาพัลดัล หรือเมืองซูวอนในปัจจุบัน
ป้อมฮัวซองและกำแพงเมืองมีความยาวมากกว่า 5 กิโลเมตร ประกอบด้วยเชิงเทินถึง 48 เชิงเทิน มีการบูรณะ 41 เชิงเทิน อีก 7 เชิงเทินยังไม่ได้บูรณะ ป้อมแห่งนี้มีการออกแบบก่อสร้างอย่างทันสมัยแม้จะสร้างมาเป็นเวลากว่า 200 ปีแล้วก็ตาม ความสวยงามและยิ่งใหญ่ของป้อมได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีในฐานะที่เป็นมรดกโลก
หนึ่งในป้อมปราการอันสวยงามที่ ป้อมฮวาซอง เมืองซูวอน ประเทศเกาหลี
ตั้งแต่มีกระแสเกาหลีฟีเว่อร์ เกิดขึ้นในบ้านเราเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ต้องยอมรับเลยว่าชื่อเสียงของ ประเทศเกาหลี(ใต้) ดินแดนกิมจิ หรือดินแดนโสมแห่งนี้ นั้นมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้ใครต่อใครหลายๆ อยากจะเดินทางไปเที่ยวที่เกาหลีกันเสียเหลือเกิน
เมืองซูวอน (Suwon) เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเคียงคิโด ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมรดกโลก เพราะว่าที่เมืองซูวอนแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นและเป็นไฮไลท์ ที่ถ้าใครมาเที่ยวเกาหลีแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะมาเที่ยวชมกัน สถานที่เที่ยวแห่งนี้ก็คือ ป้อมฮวาซอง (Hwaseong Fortress) เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ ที่มีความสง่างามและงดงามเป็นอย่างมาก จนองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1997
เดินตามแนวกำแพงเพื่อขึ้นไปดูป้อมอันสวยงาม ป้อมฮวาซอง เมืองเมืองซูวอน ประเทศเกาหลี
ป้อมฮวาซอง ที่ตั้งตะหง่านอยู่นี้มีอายุกว่า 200 ปีแล้ว ย้อนอดีตกลับไปป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชองโจ กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์โชซอน พระองค์ทรงต้องการสร้างป้อมแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการย้ายหลุมศพของพระบิดา Sado Seja จากภูขาBeabongson มาที่ Hwaseong ในซูวอน และต้องการสร้างเมืองหลวงขึ้นมาใหม่ เพื่อเสริมความยิ่งใหญ่ของความเป็นกษัตริย์
ป้อมฮวาซองนี้เริ่มต้นสร้างในปีค.ศ.1794 และมาเสร็จในปีค.ศ.1796 ซึ่งในการในการสร้างป้อมแห่งนี้ได้ใช้วิทยาการการก่อสร้างระหว่างวิธีของชาวตะวันตก และ วิธีของชาวตะวันออกผสมผสานเข้าด้วยกัน คือมีการใช้ทั้งหิน ปูนและก้อนอิฐ มาสร้างร่วมกันเป็นส่วนประกอบของป้อมและกำแพง และได้มีการใช้ปั้นจั่นเป็นครั้งแรกในการก่อสร้าง ซึ่งถือว่าทันสมัยสุดๆ ในยุคนั้น ทำให้โครงสร้างของป้อมนั้นมีความมั่นคงและแข็งแรงเป็นอย่างมาก
ตัวป้อมฮวาซองนี้ถูกสร้างทอดตัวยาวไปตามแนวไหล่เขาและที่ราบ โอบล้อมเมืองซูวอนไว้เป็นรูปวงไข่ขนาดใหญ่ หรือบ้างก็ว่าดูเหมือนรูปดอกไม้ โดยมีความยาวถึง 5.5 กิโลเมตร ป้อมฮวาซองนี้จะมีป้อมต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ตามแนวกำแพงอยู่กว่า 50 ป้อม แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 48 ป้อม เพราะบางส่วนถูกทำลายไปเมื่อสมัยญี่ปุ่นเข้ามาครอบครอง และสมัยเกิดสงครามเกาหลี
การที่จะเดินเที่ยวป้อมฮวาซองจนทั่วนั้นอาจจะต้องใช้เวลาเดินกินเวลาและแรงกายหลายชั่วโมงอยู่ ฉะนั้นฉันเลยขอแค่เดินชมตามแนวกำแพงขึ้นไปยังป้อมใกล้ๆ หลังจากนั้นก็เลือกที่จะใช้บริการรถไฟหัวมังกรสีแดงๆ ที่มีไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมความงามของป้อมฮวาซองโดยรอบแบบสบายๆ กันดีกว่า รถไฟพาพวกเราวิ่งไปตามทางแนวป้อมปราการต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ เพื่อที่จะได้ชื่นชมกับป้อมปราการแต่ละป้อมที่มีความยิ่งใหญ่ และดูงดงามแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
หน้าป้อมฮวาซองนั้น มีสนามยิงธนูให้นักท่องเที่ยวได้ลองยิงธนูประลองความแม่นยำกันด้วย ซึ่งการยิงธนูนี้ถือว่าเป็นกีฬาโบราณที่ชาวเกาหลีเขาได้ทำการอนุรักษ์ไว้ และเขาก็คงจะอยากให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้สัมผัสกับการยิงธนูที่ว่านี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเท่าที่ฉันได้ลองยิงธนูแบบมือสมัครเล่นต้องบอกเลยว่า การยิงธนูนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะคนยิงต้องมีพลังกำลังที่ดี และมีสมาธิที่ดี ที่จะปล่อยลูกธนูออกไปให้ถูกเป้าหมาย
การแสดงการต่อสู้ของนักรบเกาหลีโบราณ พระราชวังฮวาซอง แฮงกุง ท่องเที่ยวเกาหลี
สถานที่แห่งนั้นก็คือพระราชวัง ฮวาซอง แฮงกุง (Hwaseong Haenggung) ที่กษัตริย์ชองโจทรงสร้างขึ้น
หน้าพระราชวังที่ด้านหน้ามีประตูวังบานใหญ่ดูสะดุดตาให้รู้ว่าที่นี่แหละคือพระราชวัง แต่ว่าก่อนที่พวกเราจะได้เข้าไปเที่ยวชมวังกัน ด้านหน้าตรงประตูวังนั้นได้มีการแสดงของชาวเกาหลีที่มาแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน พวกเราจึงถือโอกาสนี้นั่งพักเหนื่อยและชมการแสดงกันก่อน สำหรับการแสดงที่ได้ชมนั้นเป็นการแสดงโชว์การใช้อาวุธต่างๆ ของคนเกาหลีสมัยโบราณ นักแสดงจะแต่งกายแบบนักรบเกาหลีโบราณ ดูเข้มแข็งเอาการ และก็ออกมาวาดลวดลายการใช้อาวุธในการต่อสู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดาบ ใช้หอก การยิงธนู รวมถึงยังมีการแสดงท่าทางการต่อสู้ของชาวเกาหลี เตะต่อยต่อสู้กันแบบดูแล้วช่างแสดงได้สมจริงสมจัง จนเรียกเสียงปรบมือจากเหล่านักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย
ครั้นเมื่อได้ดูการแสดงจบจน ประตูวังก็พร้อมเปิดให้พวกเราได้เดินเข้าไปชมความยิ่งใหญ่ของพระราชวังกันเสียที พระราชวังแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร และมากมายไปด้วยอาคารต่างๆ ที่ดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมของเกาหลี ภายในพระราชวังมีการจัดแสดงให้เห็นถึงห้องหับต่างๆ ที่อยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็นห้องที่ประทับของกษัตริย์ ซึ่งมีการจำลองงานฉลองวันเกิดพระพันปีให้ได้ดูด้วย นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ก็จะมีอาคารที่จัดแสดงให้เห็นถึงห้องพักต่างๆ ที่มีอยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็นห้องพักของขันที ห้องพักของพวกนางข้าหลวง และห้องหับต่างๆ อีกมายหลายห้อง
และที่พระราชวังแห่งนี้ยังมีอาคารอีกส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเด่นซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นั่นคือส่วนของอาคารที่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องแดจังกึม ซึ่งในอาคารส่วนนี้จะเห็นว่ามีการจัดแสดงชุดเครื่องแต่งกายต่างๆ ของแดจังกึมที่ใช้ในละคร มาตั้งให้ได้ชมกันแบบของจริงๆ ไม่เท่านั้นยังมีภาพของแดจังกึม และมินจุงโฮ ขนาดเท่าตัวจริงให้นักท่องเที่ยวได้ยืนอิงแอบถ่ายรูปกันแบบใกล้ชิดอีกด้วย
กษัตริย์ Jeongjo ได้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นที่ซูวอน เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนเมื่อเวลาเสด็จมาทำพิธี ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ได้ใช้เป็นฉากในการถ่ายทำละครสุดฮิต “แดจังกึม” และ The King and The Clown ด้วย
ป้อมฮัวซอง (Hwaseong) เมืองซูวอน มรดกโลกที่อยู่ท่ามกลางความเจริญของเมือง แต่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ไม่มีปัญหากับความเจริญของเมืองที่อยู่ล้อมรอบ
ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้นโดยเฉพาะชาวรัสเซีย ญี่ปุ่น และในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ กำลังจะมีเทศกาลใหญ่ พร้อมด้วยขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่มาก จำลองภาพการเสด็จประพาสของกษัตริย์ยุคโบราณ ด้วยนักแสดงถึง 2,000 คน และประชาชนชาวเมืองซูวอนประมาณ 5,000 คน
ติดกับป้อมฮัวซอง คือ พระราชวัง “แดจังกึม” เคยอยู่ที่นี่ ด้วยฉากของภาพยนตร์อันโด่งดัง ทำให้พระราชวังแห่งนี้ได้เป็น
ที่รู้จักมากขึ้นทั่วเอเชีย แฟนๆ ซีรีส์เกาหลีสามารถมาชมสถานที่จริงได้ และยังมีโอกาสได้พบกับดารานักแสดงที่ชื่นชอบและได้เห็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ วัฒนธรรมความเป็นอยู่
การท่องเที่ยวเมืองซูวอน กล่าวว่า ที่นี่ไม่ไกลจากกรุงโซล เดินทางเพียงแค่ชั่วโมงเดียว มีรถไฟใต้ดิน มีโรงแรมใหม่ๆ เพื่อได้มาเยือนมรดกโลก ในช่วงที่คึกคักและมีชีวิตชีวาที่สุด ด้วยการเดินทางเลียบพรมแดนทะเลเหลืองที่กั้นคาบสมุทรเกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ ข้ามสะพานยองจองโด ที่ยาวที่สุดของประเทศ ก่อนถึงเมืองซูวอน
ที่โดดเด่นของเมืองเห็นจะเป็น ป้อมฮัวซอง และกำแพงเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ป้อมนี้สร้างขึ้นระหว่างเดือนมกราคม ค.ศ. 1794-กันยายน ค.ศ. 1796 โดยกษัตริย์ Jeongjo กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์ โชซอน
เนื่องจากได้มีการย้ายสุสานของพระบิดาคือ เจ้าชาย Jangheon จากภูเขาเบบอง ในเมืองยางจูมาไว้ที่ภูเขาฮวา เมืองซูวอน (เมืองฮวาเซิงในปัจจุบัน) และสถาปนาวัดยองจูซาซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงไว้เป็นที่สวดทำพิธีให้แก่วิญญาณของพระบิดาพร้อมกับย้ายที่ทำการของทางการและบ้านเรือนประชาชนมาอยู่บริเวณตอนล่างของเขาพัลดัล หรือเมืองซูวอนในปัจจุบัน
ป้อมฮัวซองและกำแพงเมืองมีความยาวมากกว่า 5 กิโลเมตร ประกอบด้วยเชิงเทินถึง 48 เชิงเทิน มีการบูรณะ 41 เชิงเทิน อีก 7 เชิงเทินยังไม่ได้บูรณะ ป้อมแห่งนี้มีการออกแบบก่อสร้างอย่างทันสมัยแม้จะสร้างมาเป็นเวลากว่า 200 ปีแล้วก็ตาม ความสวยงามและยิ่งใหญ่ของป้อมได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีในฐานะที่เป็นมรดกโลก

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น